องค์กรเครือข่าย
 
 
 
 
 
 
 
 
กฎของความสัมพันธ์ในครอบครัว

 กฎของความสัมพันธ์ในครอบครัวนั้น โชคชะตาจะเป็นไปตามลำดับการเกิด

กฎแนวดิ่งแนวราบ

ความสัมพันธ์ของบรรพบุรุษในแนวดิ่ง จะรู้ได้ถึงความสัมพันธ์ของพี่น้องในแนวราบ ตามผลการตรวจสอบที่ดำเนินมาหลายปี คณะกรรมการศึกษาพันธุประวัติ ได้ผลสรุปว่า โชคชะตาของครอบครัวจะปรากฏบนตัวของลูกหลานอย่างมีกฎระเบียบ ถ้าเราเขียนพันธุประวัติ เราก็จะสามารถมองเห็นอย่างชัดเจนว่า โชคชะตา ของบรรพบุรุษคนใดจะมีอิทธิพลต่อลูกหลานคนใดอย่างชัดเจน 

บางครั้งเราอาจคิดว่า ปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้ไม่น่าเชื่อเลย จริง ๆ ลูกที่ได้รับความรักที่เท่าเทียมกันจากพ่อแม่ ได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกันแต่ ลักษณะนิสัย ต่างกันราวฟ้ากับดิน ความสามารถก็ต่างกัน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นหรือ ความเป็นจริงแล้วเป็นเพราะกฎแนวดิ่งแนวราบ กำลังส่งอิทธิพลอยู่ 

คณะกรรมการวิจัยศึกษาพันธุประวัติ พวกเขาเข้าใจจุดนี้ได้ จุดสำคัญอยู่ที่เมื่อ 6 - 7 ปีก่อน พวกเขาศึกษาครอบครัวที่แปลกอยู่ครอบครัวหนึ่ง ครอบครัวนั้นมี ลูกชายสามคน ลูกคนโตฆ่าตัวตาย ลูกชายคนรองตายด้วยอุบัติเหตุ ลูกชายคนที่ 3 หย่าร้าง นับได้ว่าสภาพแย่มาก เมื่อสืบสาวไปที่บรรพบุรุษของเขา พบว่า ทวดฆ่าตัวตาย ปู่ตายด้วย อุบัติเหตุ และพ่อแม่ของพวกเขาก็มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดี 

จากกฎดังกล่าวพบว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏบนตัวของบรรพบุรุษก็จะปรากฏบนตัวของลูกหลานด้วย และศึกษาจากตัวอย่างครอบครัวหลาย ๆ ครอบครัว ก็พบว่าเป็นอย่างนั้นเช่นกัน 

พวกเขาเรียกกฎดังกล่าวว่า “กฎแนวดิ่งแนวราบ” หมายความว่าบรรพบุรุษ เช่น ทวด ปู่ พ่อ ความสัมพันธ์ในแนวดิ่งเช่นนี้ จะปรากฏบนตัวลูกชายคนโต คนรอง คนเล็ก ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ในแนวราบ เพศชายจะเรียงตามลำดับบรรพบุรุษที่เป็นผู้ชาย เพศหญิงก็จะเรียงตามความสัมพันธ์บรรพบุรุษที่เป็นเพศหญิง 

บทนี้จะกล่าวถึงความสัมพันธ์ที่เป็นเพศชาย พี่น้องไม่ว่าจะมีกี่คนก็ตามไม่มีผล ตอนนี้เราจะยังไม่กล่าวถึงเพศหญิงจะดูเฉพาะเพศชาย เริ่มตั้งแต่ลูกชายคนเล็ก เรียงไปจนถึงพ่อ ปู่ ทวด บรรพบุรุษที่สอดคล้องกัน ชะตาชีวิตของเขาจะส่งผลต่อชีวิตของลูกหลาน 

จะลองยกตัวอย่าง 5 ตัวอย่าง

ตัวอย่างที่ 1

บรรพบุรุษ A ถ้าเคยเป็นกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ที่ตั้งใจทำงาน ขยันขันแข็ง ผู้คนจะเคารพนับถือ ลูกหลานที่มีโชคชะตาสอดคล้องกับเขา ก็จะได้รับเลือก เป็นหัวหน้าห้องหรือเป็นตัวแทนนักเรียน และจะได้รับความไว้วางใจจากผู้คน และเป็นผู้ที่กระตือรือร้น ขยันขันแข็ง นอกจากนั้น ถ้าบรรพบุรุษ A เคยเป็น ผู้ก่อ ตั้งบริษัท เคยมีลูกน้องถึง 100 คน ขึ้นไป ลูกหลานของ A ก็จะมีบริษัทที่มีลูกน้องเกิน 100 คน เช่นเดียวกัน

ถ้าบรรพบุรุษ B เป็นผู้ที่ชอบใช้จ่ายเงินทองจากที่พ่อแม่หาได้ ทำตัวเหลวแหลก ใช้จ่ายทรัพย์สมบัติที่บรรพบุรุษสะสมมาอย่างฟุ่มเฟือย ลูกหลานของ B ก็จะ มีนิสัยชอบเที่ยว ทำตัวเสเพล ไม่รู้ว่าเงินทองนั้นหามาด้วยความลำบาก ลักษณะเช่นนั้น ไม่เพียงแต่ลูกหลาน ของ B จะแย่ และยังทำให้ลูกหลานหลายๆ คน งมงายกับการเล่นพนันด้วย

ตัวอย่างที่ 2

บรรพบุรุษ A ฆ่าตัวตาย ลูกหลาน A อาจจะฆ่าตัวตายหรือเป็นโรคประสาท อายุสั้นหรือตายด้วยอุบัติเหตุ

ตัวอย่างที่ 3

บรรพบุรุษ B ถ้าเป็นผู้ที่ชอบดื่มเหล้าเป็นชีวิตจิตใจ ลูกหลาน B ก็เป็นผู้ดื่มเหล้าจนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาแตกร้าว ตรงกันข้ามถ้าบรรพบุรุษ B แต่งงานกับหญิงดีเลิศคนหนึ่งแล้ว ทำให้โชคชะตาของครอบครัวเจริญรุ่งเรือง อิทธิพลเช่นนี้จะส่งผลให้ลูกหลาน B ได้แต่งงานกับหญิงที่นำพาโชคลาภมาให้

ตัวอย่างที่ 4

บรรพบุรุษ B กราบไหว้เทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสียสละตัวเองเพื่อผู้อื่น ลูกหลาน B ก็ได้รับความคุ้มครองจากเทวดา และได้รับความช่วยเหลือจากผู้คนรอบข้าง
ดังนั้น การที่เราจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถหรือความพยายามของตัวเราเท่านั้น ลักษณะการดำรงชีวิตของบรรพบุรุษ ก็มี อิทธิพลต่อเราเช่นกัน จากเหตุผลข้อนี้ เราต้องสำนึกอยู่เสมอว่า พฤติกรรมของเราจะส่งผลไปยังลูกหลานของเรา ฉะนั้นพฤติกรรมของเรา ทุกอย่างต้องอยู่ ในกรอบเสมอ

ตัวอย่างที่ 5

ถ้าบรรพบุรุษ A เป็นลูกเลี้ยง (ไม่ว่าจะถูกเลี้ยงโดยคนที่มีเชื้อสายโลหิตเดียวกันหรือไม่ก็ตาม) ลูกหลาน A ก็จะมีชะตากรรมเป็นลูกเลี้ยงเช่นกัน

ในกรณี เช่นนี้ ถึงแม้จะมีลูกชายคนโตอยู่ในบ้าน แต่พวกเขาจะยังไม่ได้แต่งงาน แม้ว่าอายุจะ 30-40 ปีแล้ว ถึงแม้จะมีการแนะนำเพื่อนผู้หญิงให้บ่อยๆ แต่ก็ไม ่สำเร็จ

ดังนั้น อิทธิพลของบรรพบุรุษมีมาก ถ้าเรามีโอกาสตรวจสอบชะตาชีวิตของบรรพบุรุษ ก็จะสามารถเข้าใจ โชคชะตาของตัวเราด้วย

 

หน้า
1    2     ถัดไป >>
 
 
หน้าหลัก  |  เกี่ยวกับเรา  |  กิจกรรม  |  ติดต่อเรา