องค์กรเครือข่าย
 
 
 
 
 
 
 
 
การให้การศึกษา เรื่องความรักที่บริสุทธิ์และชีวิตครอบครัว

มูลนิธิการศึกษานานาชาติ (IEF) ได้จัดให้มีการสัมนาในหลักสูตรการศึกษา ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับบุคลิกภาพและการศึกษาในเรื่องศีลธรรมสำหรับครูอาจารย์ ในหลายๆ ประเทศ การบรรยายงานค้นคว้าที่ทันสมัย (บทคัดลอกมาจากการบรรยายโดยสรุปของศตวรรษที่ยี่สิบ) ซึ่งถ่ายทอดอุดมคติและแนวทางของศาสนา โดยการอ้างอิงหลักการสากลซึ่งถ้าเรานำมาประยุกต์ใช้ ก็จะสามารถพัฒนาบุคลิกภาพและสังคมให้ดีขึ้น เนื้อหาเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นและให้ประโยชน์ต่อ ชีวิตและในการงานของผู้สหพันธ์ครอบครัวและสมาชิกทั่วโลก

พ่อแม่และครูอาจารย์ทั่วโลกได้ถกปัญหากันว่า ทำอย่างไรที่จะเพิ่มพลเมืองที่มีความรับผิดชอบให้มากที่สุดในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างคาดไม่ถึงเช่นนี้ ความล้มสลายของครอบครัวมีผลทำให้สังคมแย่ลงซึ่งทั่วโลกกำลังเป็นห่วง หลายคนคาดหวังว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษาและเศรษฐกิจ ที่ก้าวไกลจะนำความผ่าสุขและความพอใจอย่างเต็มเปี่ยมมาสู่มนุษย์เรา แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง

ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจดีและมีเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำมากที่สุดในโลกแต่กำลังประสบกับปัญหาความแตกแยกของสังคม ความแตกแยก ได้แบ่งแยกเชื้อชาติ เพศ และชนชั้น บรรดาครูอาจารย์ได้รายงานถึงสถานการณ์ความโหดร้ายที่เพิ่มสูงขึ้นในหมู่นักเรียนนักศึกษา ความดันทุรังของมนุษย์ เพิ่มขึ้นและไม่เคารพต่ออำนาจทางกฎหมาย อย่างไรก็ตามปัญหาเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น บรรดาพ่อแม่ครูอาจารย์ทั่วโลก กำลังเผชิญ กับความท้าทายเช่นนี้อยู่ ฉะนั้นทฤษฎีไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ที่ให้คุณประโยชน์อย่างแท้จริงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อที่บรรดาผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องสามารถอบรม เยาวชนในเรื่องของสังคมได้ เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องแสดงให้เยาวชนคนหนุ่มสาวเห็นถึงเหตุผลที่น่าดึงดูดใจจับใจ ในด้านการมีชีวิตตามหลักของบุคลิกภาพ

คุณลักษณะของบุคลิกภาพที่ดีคือ ความซื่อสัตย์และความกล้าหาญเป็นต้น เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและทั่วโลกยอมรับ สิ่งเหล่านี้ได้ถ่ายทอดวัฒนธรรม ชนชาติ ภาษา หลักความเชื่อและเชื้อชาติ ซึ่งสากลก็ยอมรับว่าเป็นความจริง ความดี และเป็นสิ่งที่น่าปรารถนา ดังนั้นเราเรียกคุณธรรมสากลที่ดีดังกล่าวประหนึ่งว่าเป็นกุญแจ ไปสู่การศึกษาของเยาวชนเพื่อบรรลุถึงควมสำเร็จและความผาสุกของชีวิต

คำมั่นสัญญาของศตวรรษที่ 20

ท่านลองมองกลับไปยังศตวรรษที่20 ช่วงเวลานี้แทนอะไรและพื้นฐานแบบไหนที่จัดเตรียมไว้สำหรับอนาคตในศตวรรษนี้โลกกำลังเปลี่ยนแปลง ไปในทาง ที่ดีอย่างรวดเร็ว

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่ได้ช่วยเพิ่มมาตรฐานชีวิตทางวัตถุ การขนส่งและการสื่อสารที่ก้าวหน้าได้ช่วยสร้างโอกาส ให้ประชาชนได้ติดต่อ กันงายมากกว่าแต่ก่อน สาธารณสุขและการแพทย์ที่ก้าวหน้าได้ช่วยขจัดโรคร้ายหลายชนิดซึ่งครั้งหนึ่งเคยระบาดในมนุษย์เรา การพัฒนาต่างๆอย่างก้าวล้ำ ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ทำให้ศตวรรษที่ 20 โชติช่วง

ในเวลาเดียวกันเป็นที่ชัดเจนว่ามนุษย์มีความชำนาญในการสร้างความสัมพันธ์ ความสามารถในการคบหาสมาคมกับผู้อื่น สิ่งนี้ไม่ได้ก้าวไปด้วยกันกับการ ประสบความสำเร็จในการสร้างความสัมพันธ์ทางภายนอก ด้านมืดของศตวรรษที่ 20 คือเหตุการณ์ความขัดแย้งกันจนต้องหลั่งโลหิตอย่างคาดไม่ถึง จำนวน ประชาชนที่ตายระหว่างสงครามในศตวรรษที่โหดร้ายนี้มีจำนวนมากกว่าศตวรรษที่ผ่านมาในอดีตทั้งหมดรวมกัน

อย่างไรก็ตามหนึ่งในสงครามที่ยิ่งในสงครามที่ยิ่งใหญ่นี้ได้เป็นการต่อสู้สุดท้ายในศตวรรษนี้ เป็นสงครามเพื่อคุ้มครองและแก้ไขครอบครัว

ครอบครัวล้มสลายส่งผลมาสู่สังคม

ครอบครัวอยู่ในภาวะวิกฤต การกดขี่ข่มเหงทางเพศของสามีภรรยาและเด็ก การนอกใจ และหย่าล้าง สิ่งเหล่านี้มีอย่างแพร่หลาย พัฒนาการของเยาวชน ไปไกลกว่าพ่อแม่ของพวกเขา ความเคารพซึ่งกันและกันของสามีภรรยามีน้อยลงและประชาชนมีความเป็นปัจเจกชนมากขึ้น

อัตราการล้มสลายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศที่มีเศรษฐกิจดี ดังนั้นสมมติฐานทั่วไปที่ว่าเศรษฐกิจที่เฟื้องฟูและมีอิสระภาพทางการเมือง จะนำมาซึ่งแนว ทางในการแก้ไขปัญหาสังคม สมมติฐานนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นจริง มองดูที่อัตราการหย่าล้างในอเมริกา สวีเดน ฝรั่งเศส และญี่ปุ่นเป็นปรากฏการณ์ ที่เพิ่มขึ้น จากปี 1960 ถึงปี 1990 แน่นอนเราไม่สามารถอ้างเหตุผลที่ว่าการเพิ่มขึ้นของครอบครัวล้มสลายเช่นนี้มาจากความกดดันในเรื่องความ ยากจนและ การไม่พอ ใจทางสังคม

ครอบครัวล้มสลายมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของปัญหาเยาวชน หากไม่ได้รับอิทธิพลจากครอบครัวที่มีศักยภาพเข้มแข็ง คนหนุ่มสาวก็จะเห็นดีเห็นชอบ กับความฟุ่มเฟ้อ และมีอิสระในการเสพสิ่งเสพติดและยึดติดกับพฤติกรรมสำส่อน ด้วยเหตุนี้เองโรคเอดส์และโรคติดต่อ ที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์จึง ขยาย โดยเฉพาะในหมู่เยาวชน

ครอบครัวล้มสลายและวิกฤตกาลของเยาวชนได้ควบคุมสังคมและนำไปสู่การเสพสิ่งเสพติด แอลกอฮอล์ ก่ออาชญากรรม และสร้างความรุนแรง ในประเทศ ตะวันออกความเป็นพลเมืองที่ดีและความเข้าใจกันมีน้อยลงซึ่งได้คุกคามโครงสร้างของสังคมอย่างมาก

อาชญากรรมในประเทศอังกฤษมีอัตราเท่าเดิมตลอดทั้งศตวรรษ ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในปลายปี 1950 และต้นปี 1980 ได้เพิ่มขึ้นเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างปี 1980 และปี 1985 และเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอีกครั้งในปี 1985 จนถึงปัจจุบัน ในเวลานี้มีมากขึ้นในประเทศอังกฤษที่เศรษฐกิจกำลังเฟื่องฟูอย่างมาก นอร์แมน เดนนิส แห่งมหาวิทยาลัยนิวแคสเซลได้ให้ข้อสังเกตุว่ามีเพียงปัจจัยเดียวเท่านั้นที่เติบโตควบคู่ไปกับอัตราอาชญากรรมคืออัตราการหย่าล้าง เดนนิส ได้กล่าวว่าในระหว่างปี 1955 และปี 1997 “เด็กหนุ่มในประเทศอังกฤษและประเทศเยอรมันมีแนวโน้มที่จะก่ออาชญากรรม สิ่งเสพติดและอาชญากรรม ที่ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย” เขากล่าวว่าสาเหตุที่แน่นอนสำหรับสิ่งนี้คือการล้มสลายของครอบครัว

ในสหรัฐอเมริกาศักยภาพของครอบครัวลดน้อยลงและมีอิทธิพลต่อเยาวชนในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษนี้ การวิจัยของมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ได้แสดงให้เห็นว่าระหว่างปี 1950และปี 1990 อิทธิพลที่คนหนุ่มสาวให้ความสำคัญมากที่สุดในชีวิตของพวกเขาก็เปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง ห้าสิบปีที่แล้ว อิทธิพลที่สำคัญที่สุดที่ชี้นำคนหนุ่มสาวคือพ่อแม่และชีวิตในครอบครัว อย่างที่สองคือโรงเรียน อย่างที่สามคือโบสถ์ อย่างที่สี่คือสื่อ และอย่างที่ห้าคือ โทรทัศน์ ในปี 1990 สื่อและทีวีได้มีอิทธิพลต่อคนหนุ่มสาวมากที่สุด สิ่งนี้ได้ชี้ให้เห็นว่าสื่อที่ไม่ดีและโทรทัศน์ที่มุ่งหวังแต่ผลกำไรไม่ค่อยได้เผยแพร่สื่อทางศีลธรรม ที่เกี่ยวกับพ่อแม่หรือชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น

ในช่วงเวลาที่ครอบครัวเสื่อมลงจากปี 1960 ถึงปี 1990 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้เพิ่มงบประมาณในการแก้ไขปัญหาสังคมมากกว่า 500 เปอร์เซ็นต์ ทั้งๆ ที่มี ค่าใช้จ่ายอันมหาศาลนี้ แต่กลับมีการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรมที่รุนแรง 500 เปอร์เซ็นต์ การเกิดนอกสมรสเพิ่มขึ้น 400 เปอร์เซ็นต์ การหย่าล้างเพิ่มขึ้น 400 เปอร์เซ็นต์ และบุตรที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่คนใดคนหนึ่งเพิ่มขึ้น 300 เปอร์เซ็นต์ และการฆ่าตัวตายของเด็กวัยรุ่นเพิ่มขึ้น 300 เปอร์เซ็นต์  

หน้า
1    2      ถัดไป >>
 
 
หน้าหลัก  |  เกี่ยวกับเรา  |  กิจกรรม  |  ติดต่อเรา